อาหาร

posted on 06 Sep 2011 22:37 by tikawutnick
                   ข้าวผัด                      
 
 
                                          
 

                       ประวัติ                  


    



ข้าวผัด เป็นอาหารจานเดียวแบบพื้นฐานของเอเชียเป็นการนำข้าวสวยลงไปผัดคลุกกับซอสหรือน้ำพริกหรือเครื่องปรุงรสต่าง ๆเพื่อให้ได้รสชาติ เช่น ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก ซีอิ๊วดำ หรือซอสถั่วเหลือง และมีการใส่เนื้อสัตว์ชนิดต่าง ๆ ลงไป เช่น หมู ไก่ ปลาหมึก ปู กุ้ง โดยเรียกชื่อข้าวผัดชนิดนั้น ๆ ตามชื่อเนื้อสัตว์ที่ใส่ลงไป        และอาจใส่ไข่ลงไปผสมด้วย หรืออาจโปะไข่ดาวแต่งหน้าเพิ่มเติม สำหรับผักที่ใช้นิยมใช้ผักคะน้าและโรยหน้าด้วยต้นหอมสับ แต่สำหรับข้าวผัดปูจะไม่ใส่คะน้านอกจากนี้ข้าวผัดที่ผัดกับน้ำพริกชนิดต่าง ๆ ก็อาจเรียกชื่อตามน้ำพริกนั้น ๆ เช่น ข้าวผัดน้ำพริกนรก เป็นต้นข้าวผัดนิยมปรุงรสด้วยพริกน้ำปลาและน้ำม ะนาบีบ

วิธีการทำ

เตรียมเครื่องปรุง

  

 


ข้าวสวย 5 ถ้วย หรือมากกว่า
เนื้อชนิดต่างๆ
กระเทียมกลีบใหญ่ 2 กลีบ
หัวหอมใหญ่ 1/4 หัว
ต้นหอม 3 ต้น
น้ำมันหอย 4 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วขาว (หรือน้ำปลา) 2 ช้อนโต๊ะ       
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่ 3 ฟอง

เครื่องเคียง
มะเขือเทศ 1 ลูก
มะนาว 1 ลูก
ผักกาดหอม 1 ต้น 

2. ปลอกเปลือกหัวหอมใหญ่และกระเทียม ตัดก้านต้นหอม ล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำ จากนั้น นำหัวหอมใหญ่มาหั่นบางๆ นำกระเทียมมาสับให้ละเอียด และนำต้นหอมมาซอย

3. เปิดเตาที่ไฟปานกลาง ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันลงไป รอจนน้ำมันเริ่มร้อน ใส่หัวหอมใหญ่ที่หั่นไว้และกระเทียมสับลงไปผัดจนหอมและหัวหอมใหญ่สุกใส จากนั้นจึงตอกไข่ใส่ลงไป

 4.ยีไข่ให้กระจาย ใส่ซีอิ้วขาว (หรือน้ำปลา) ลงไป 1 ช้อนโต๊ะ แล้วรอจนไข่เริ่มสุก จึงค่อยผัดให้เครื่องเข้ากัน

5.ใส่เนื้อที่เตรียมไว้ให้หมด เติมซีอิ้วขาว (หรือน้ำปลา) ที่เหลืออีก 1 ช้อนโต๊ะและน้ำตาลทรายลงไป ผัดให้ทั่ว

6.ใส่ข้าวสวยลงไป เติมน้ำมันหอย จากนั้น ผัดให้เครื่องปรุงทั้งหมดเข้ากัน

7.ใส่ต้นหอมซอยลงไป ผัดซักพักก็ปิดเตาและยกลงได้

รูปข้าวผัดต่างๆ


 


 

 

 

 

 

 

 

 

 


 


credit

http://www.ucancookthai.com/print-thai/th-recipes/th-one-plate/content-th-crab-fr.htm

 







edit @ 6 Sep 2011 23:13:36 by T_Tikawut

edit @ 6 Sep 2011 23:14:21 by T_Tikawut

คำถามทบทวน

posted on 18 Aug 2011 22:03 by tikawutnick

คำถามทบทวน

1. มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร

มัลติมีเดีย  คือ การใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับ โปรแกรมซอฟต์แวร์ในการสื่อความหมายโดยการผสมผสานสื่อหลายชนิด เช่น กราฟิก  ภาพเคลื่อนไหว เสียง 

2. การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร

- สามารถเข้าถึงได้ง่าย มีความน่าสนใจและสามารถปรับปรุงแก้ไขได้ สามารถเพิ่มสีสันและลูกเล่นเข้าไปได้มาก เพื่อให้สิ่นั้นน่าดูมากยิ่งขึ้น

3. Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง

-ตัวอักษร ภาพนิ่ง เเผนภูมิ กราฟ และเสียงเพลง 

4. การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft PowerPoint แตกต่างกันอย่างไร

การเชื่อมโยงภายใน คือ การเชื่อมโยงไปยังจุดต่างๆในไฟล์เดียวกัน  การเชื่อมโยงภาพนอก คือ การเชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลอื่นๆภายนอกไฟล์

5. นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง

- โทรทัศน์ ลำโพง โทรศัพท์มือถือ โปรเจคเตอร์  ipad 

6. นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด

- เเบบPowerpoint เพราะ เราสามารถนำเสนอได้ครบทุกรุปแบบตัวอักษร ภาพนิ่ง เเผนภูมิ กราฟ และเสียงเพลง 

7. การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน Microsoft PowerPoint สามารถทำได้อย่างไร

-   1. ให้คลิกจากเมนู  File > New

    2. คลิกแท็บ Presentations ตรงด้านขวา ซึ่งเป็นแม่แบบการออกแบบ ซึ่งมีแม่แบบภาพนิ่งไว้ให้เลือกใช้ มีการตรียมหัวเรื่องและลำดับที่จะบรรยาย รวมทั้งมีการตกแต่งไว้อย่างสวยงาม

    3. คลิกเลือกชุดสไลด์ที่ต้องการ

    4. คลิกปุ่ม ok 

    5. ใส่หรือแก้ไขข้อความตามต้องการ สามารถนำมาแก้ไขหรือดัดแปลงเพื่อลดขั้นตอนการสร้างสไลด์ใหม่ให้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น  

8. การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft PowerPoint สามารถตั้งค่าได้ที่ใด

- การกำหนดให้ภาพนิ่งเคลื่อนไหวเอง

  1. เลือกภาพนิ่ง
  2. คลิกคำสั่งนำเสนอภาพนิ่ง > ภาพเคลื่อนไหวกำหนดเอง
  3. ตัวเลขที่ปรากฏบนภาพนิ่งเป็นตัวเลขที่แสดงลำดับในการเกิดข้อความและรูปภาพ
  4. การเปลี่ยนลำดับทำได้

9. ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย 3 โปรแกรม

- Microsoft PowerPoint, Microsoft word , Microsoft Excel

10. ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft PowerPoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่ อย่างไร

- สามารถสร้างข้อมูลให้เป็นรูปภาพ เสียง เเผนภูมิ ภาพเครื่อนไหว หรือกราฟแทนได้

11. เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft-PowerPoint หรือไม่ อย่างไร

ไม่จำเป็น เพราะสามารถนำงานเข้าเรานั้นเสนอผ่านรูปเเบบอื่นได้

12. Microsoft PowerPoint สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร

- 1. เลือกภาพนิ่งที่ต้องการ

2. จากเมนู แทรก (Insert) เลือก คำสั่ง รูปภาพ (Picture) เลือก ภาพตัดปะ (Clip Art) หรือ คลิกที่ ไอคอน  บน Drawing toolbar จะปรากฏบานหน้าต่างงานแทรกภาพตัดปะ (Insert Clip Art) ขึ้น

3. ในช่อง ค้นหาข้อความ (Search text) ให้ใส่คำสั่งที่ต้องการค้นหากลุ่มของภาพ ตัวอย่าง เช่น ถ้าต้องการภาพที่เกี่ยวกับเรื่องอะไร ให้พิมพ์คำนั้นลงไป แล้วกด Enter

13.การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษรอย่างไร

อยู่ในรูปแผนภูมิแบบต่าง ๆ ได้ โดยง่าย นอกจากนี้ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล แผนภูมิก็จะปรับเปลี่ยนตามไปด้วย ซึ่งนับว่าสะดวกรวดเร็ว สามารถนำเสนองานได้อย่างดี

14. การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft PowerPoint สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกันจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใดบ้าง

ฮาร์ดแวร์ - Server  ซอฟต์แวร์ - Microsoft Hyper-V Server

15. ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัว อักษร ภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน

-คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ โทรศัพท์ แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ค Ipad  

การเขียน PHP เบื้องต้น

posted on 10 Jul 2011 21:51 by tikawutnick
 การเขียน PHP เบื้องต้น
อันดับเเรกต้องเตรียมโปรแกรมสำหรับเขียน Code ก่อนครับ ตรงนี้สามารถให้ Text Editor ตัวไหนก็ได้ครับ แล้วแต่ถนัด แต่จะให้ดีน่าจะเป็นตัวที่มีความสามารถในการช่วยให้การเขียนสามารถทำได้ง่ายและสะดวกขึ้น ก็จะดีมากเลยครับ เช่น Edit Plus 2.0 ที่แสดง Code สีทำให้เรารู้ได้ว่าเราพิมพ์คำสั่งผิดไปหรือเปล่า หรือจะเป็นโปรแกรมเฉพาะทางอย่าง PHP Coder ที่นอกจากจะใช้เขียน Code ภาษา PHP แล้ว ยังมี Web Browser ของตัวเอง เอาไว้ดูผลการ Run อีกต่างหาก หรือท่านจะใช้ Note Pad
 

โดยปกติแล้วเราจะเขียน Code ภาษา PHP แทรกลงในเอกสาร HTML เพื่อใช้ความสามารถของ HTML ในการจัดรูปแบบของเอกสาร เช่น CSS หรือ ตาราง เป็นต้น หรือจะใช้ Java Script ก็ยังได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเขียน Code ลงใน HTML เสมอไปครับ เพราะเราสามารถสร้างเอกสาร ที่มีเฉพาะ Code ของ PHP ล้วน ๆ ได้ ซึ่งท่านจะได้เห็นและได้ใช้ในลำดับต่อไป

 

 เมื่อเราต้องเขียน PHP ลงใน HTML แล้ว เว็บ เซิร์ฟเวอร์จะรู้ได้ยังไงว่าตรงไหนเป็น HTML ตรงไหนเป็น PHP คำตอบก็คือ เราจะต้องแบ่งแยกว่าตรงนี้เป็น HTML ตรงนี้เป็น PHP ให้เค้าได้รู้ โดยที่เราจะสร้างความแตกต่างเฉพาะส่วนที่เป็น Code ของ PHP เท่านั้น ส่วน HTML ให้เค้าเหมือนเดิมแหละครับ ... ดีแล้ว ...

 

 การสร้างความแตกต่างนั้นก็คือ ถ้าเราจะเขียน Code ภาษา PHP ให้เราเขียนในระหว่างเครื่องหมายอะไรซักอย่าง ตามข้อตกลงของเว็บ เซิร์ฟเวอร์ ที่จะสามารถเข้าใจได้ว่า อ๋อ... ถ้าอยู่ในระหว่างเครื่องหมาย นี้ ๆ ๆ ๆ คือ Code PHP ต้องส่งไปให้โปรแกรมแปลงภาษา PHP เป็นคนแปล ... ว่าอย่างนั้น ...

 

 โดยที่เครื่องหมายสามารถมีได้หลายแบบครับ ตามนี้

  • เปิดด้วย <?php และปิดด้วย ?> - เป็นรูปแบบมาตรฐานครับ
  • หรือจะ เปิดด้วย <? และปิดด้วย ?> ก็ได้ครับ เป็นแบบสั้น ๆ
  • หรือจะใช้รูปแบบของ ASP ก็ได้ คือ เปิดด้วย <% แล้วปิดด้วย %>

 โดยที่รูปแบบที่นอกเหนือไปจากรูปแบบมาตรฐานจะสามารถใช้ได้ต่อเมื่อค่าของ short-open-tag ในไฟล์ php.ini มีค่า = On ท่านสามารถแก้ไขค่านี้โดยเปิดไฟล์ php.ini จากไดเร็คทอรีที่ท่านลงโปรแกรมแปลภาษา PHP ครับ (ปกติจะเป็นไดเร็คทอรีที่ชื่อว่า PHP)

 

 ส่วนรูปแบบ ASP ท่านจะต้องไปแก้ไขค่า asp-tags ให้เป็น On เช่นกัน (ในไฟล์ php.ini)

 

 ลองสร้างไฟล์ชื่อ test1.php โดยแทรก Code PHP ต่อไปนี้

<?php    phpinfo();    ?>

 

โดยที่ให้แทรกลงระหว่าง Tag <body></body> ของ HTML

 จะเห็นว่า Code ภาษา PHP จะต้องมีเครื่องหมาย ; ปิดในแต่ละบรรทัดตามรูปแบบของภาษาซี ... ตรงนี้อย่าลืมนะครับ ไม่งั้นก็จะ ERROR

 

 จากนั้นให้ Save เอกสารให้มีนามสกุลเป็น .php ตรงนี้ลอง Save ชื่อว่า test1.php ลงใน Directory ของ Web Server ที่รับผิดชอบอยู่ เช่น

  • C:\AppServ\www ในกรณีที่ท่านใช้บริการของ AppServ อยู่
  • Inetpup\wwwroot ของ IIS หรือ PWS

 แล้วลอง Run ดู โดยการเปิด Web Browser ขึ้นมาแล้วพิมพ์ว่า localhost/test1.php ในการ Save ลงใน 4 กรณีข้างต้น ส่วนกรณีสุดท้าย (Save ลง Virtual Directory) ให้พิมพ์ว่า localhost/<ชื่อ Virtual Directory>/test1.ph

เทิดพระเกียรติ 84 พรรษา

posted on 03 Jul 2011 21:11 by tikawutnick
พระราชประวัติ
 
พระราชประวัติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชสมภพ ณ วันจันทร์ที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๗๐ ณ โรงพยาบาลเมาท์ออเบิน เมืองเคมบริดจ์ มลรัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ทรงเป็นพระราชโอรสองค์สุดท้องในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกและสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงศึกษาในโรงเรียนโนแวล เดอ ลา สวิส โรมอนด์ ชัยยี ซูร์ โลซานน์ และได้ทรงศึกษาต่อ ณ โรงเรียนจิมนาส คลาสซิค คองโตนาล แห่งโลซานน์จนจบ ทรงได้รับประกาศนียบัตรชั้นมัธยม และทรงศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยโลซานน์ สาขาวิทยาศาสตร์ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๔๘๙ รัฐบาลในนามของประชาชนทั้งประเทศได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กราบบังคมทูลฯ ขอพระราชทานอัญเชิญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสืบราชสมบัติ แต่เนื่องจากยังทรงศึกษาไม่จบ จึงเสด็จฯ กลับไปยังสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อทรงศึกษาต่อในวิชากฎหมายและการเมือง เพื่อให้เหมาะสมกับการที่ต้องทรงดำรงตำแหน่งพระมหากษัตริย์ต่อไป
 
พระราชกรณียกิจ
 
 
             
 
 
 
 
   พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักดีว่า การพัฒนาการศึกษาของเยาวชนนั้น เป็นพื้นฐานอันสำคัญของประเทศชาติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์จัดตั้งมูลนิธิอานันทมหิดล ให้เป็นทุนสำหรับการศึกษาในแขนงวิชาต่างๆ เพื่อให้นักศึกษาได้มีทุนออกไปศึกษา หาความรู้ต่อในวิชาการชั้นสูงในประเทศต่างๆ โดยไม่มีเงื่อนไขข้อผูกพันแต่ประการใด เพื่อที่จะได้นำความรู้นั้นๆ กลับมาใช้พัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าต่อไป นอกเหนือไปจากนี้แล้ว ทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินการจัดทำสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนขึ้น สารานุกรมชุดนี้ มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากสารานุกรมชุดอื่นๆ ที่ได้เคยจัดพิมพ์มาแล้ว กล่าวคือ เป็นสารานุกรมอเนกประสงค์ที่บรรจุเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นสาระไว้ครบทุกแขนงวิชา โดยจัดแบ่งเนื้อหาของแต่ละเรื่องออกเป็นสามระดับ เพื่อที่จะให้เยาวชนแต่ละรุ่น ตลอดจนผู้ใหญ่ที่มีความสนใจ สามารถที่จะศึกษาค้นคว้าหาความรู้ ได้ตามความเหมาะสมของพื้นฐานความรู้ ของแต่ละคน โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละสาขาวิชา การอุทิศเวลาและความรู้ เพื่อสนองพระราชดำริ โดยร่วมกันเขียนเรื่องต่างๆ ขึ้น แบ่งออกเป็น 4 สาขาวิชา คือ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ทรงก่อตั้งกองทุนนวฤกษ์ ในมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อช่วยให้นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้มีโอกาสเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา ทั้งยังพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นทุนริเริ่มในการก่อสร้างโรงเรียนตามวัดในชนบท สำหรับที่จะสงเคราะห์เด็กยากจนและกำพร้า ให้ได้มีสถานที่สำหรับศึกษาเล่าเรียน โดยอาราธนาพระภิกษุเป็นครูสอนในวิชาสามัญต่างๆ ที่ไม่ได้ขัดต่อพระธรรมวินัย ตลอดจนช่วยอบรมศีลธรรมแก่เด็กนักเรียน ทั้งนี้ เป็นพระราชประสงค์ที่จะให้เด็กนักเรียน ได้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างศาสนากับการศึกษาควบคู่กันไป อันจะทำให้เยาวชนของชาติ นอกจากจะมีความรู้ด้านวิชาการแล้ว ยังจะทำให้มีจิตใจที่ดี ที่ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม เพื่อที่จะได้เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติต่อไป ในอนาคต โรงเรียนร่มเกล้า ก็เป็นสถานศึกษาในระดับมัธยมศึกษา ในหลายจังหวัดที่เกิดขึ้นจากพระราชดำริ ที่จะให้ทหารออกไปปฏิบัติภารกิจในท้องที่ทุรกันดาร ได้ทำประโยชน์ต่อชุมชน และมีส่วนช่วยเหลือประชาชนในด้านการศึกษา ตามโอกาสอันควร โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ให้ทหารจัดสร้างโรงเรียนขึ้นในจังหวัดนครพนม จังหวัดสกลนคร จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นต้น เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนสถานศึกษาสำหรับเยาวชน และยังเป็นการส่งเสริมความเข้าใจอันดี ระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารที่ไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่นั้นๆ กับราษฎรเจ้าของท้องที่อีกโสตหนึ่งด้วย ซึ่งในการดำเนินงานจัดสร้างโรงเรียน ทางฝ่ายทหารได้ติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และฝ่ายศึกษาธิการ เพื่อเลือกสถานที่ตั้งโรงเรียนที่เหมาะสมกับความจำเป็นที่สุด ซึ่งปรากฎว่าราษฎรในท้องที่ที่มีการสร้างโรงเรียน ได้พากันร่วมอุทิศแรงกายช่วยในการก่อสร้าง ตลอดจนอุทิศทุนทรัพย์สมทบเป็นทุนในการจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ที่จะนำไปใช้ในการก่อสร้างโรงเรียน เพื่อเป็นการโดยเสด็จพระราชกุศลด้วย และเมื่อการก่อสร้างโรงเรียนแล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโรงเรียนเหล่านั้น พร้อมทั้งพระราชทานนามว่า โรงเรียนร่มเกล้า ซึ่งในปัจจุบันมีทั้งโรงเรียนระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา
 
 
 
 
 
  พระราชกรณียกิจด้านการแพทย์ ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรตามท้องที่ต่างๆ ทุกครั้ง จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีคณะแพทย์ที่ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาจากโรงพยาบาลต่างๆ และล้วนเป็นอาสาสมัครทั้งสิ้น โดยเสด็จพระราชดำเนินไปในขบวนอย่างใกล้ชิด พร้อมด้วยเวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ครบครัน พร้อมที่จะให้การรักษาพยาบาลราษฎร ผู้ป่วยไข้ได้ทันที นอกจากนั้น ยังมีโครงการทันตกรรมพระราชทาน ซึ่งเป็นพระราชดำริที่ให้ทันตแพทย์อาสาสมัคร ได้เดินทางออกไปช่วยเหลือบำบัดโรคเกี่ยวกับฟัน ตลอดจนสอนการรักษาอนามัยของปากและฟัน แก่เด็กนักเรียนและราษฎรที่อาศัยอยู่ในท้องที่ทุรกันดาร และห่างไกลจากแพทย์ทั่วทุกภาค โดยให้การบริการรักษาโรคฟัน โดยไม่คิดมูลค่าในการแพทย์เคลื่อนที่ สำหรับการเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมวัดทุกแห่ง ซึ่งนับเป็นศูนย์กลางของชุมชนในชนบท โดยจะพระราชทานกล่องยาแก่วัด เพื่อพระภิกษุใช้เมื่อเกิดอาพาธ และเพื่อแจกจ่ายแก่ราษฎรผู้ป่วยเจ็บในหมู่บ้านนั้นๆ ส่วนในการเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมหน่วยทหาร ตำรวจ และอาสาสมัคร ที่ออกไปตั้งฐานปฏิบัติการในท้องที่ทุรกันดาร ก็จะพระราชทานสิ่งของที่จำเป็นต่างๆ รวมทั้งยารักษาโรคสำหรับใช้ในหมู่เจ้าหน้าที่ และใช้ในการรักษาพยาบาล และเพื่อแจกจ่ายแก่ราษฎรในท้องที่ ที่มาขอความช่วยเหลือ อันจะทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปราม และประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติการ ได้มีความเข้าใจอันดีต่อกัน รู้จักช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทางด้านหน่วยแพทย์หลวงที่จะต้องตามเสด็จพระราชดำเนินไป ณ ที่ประทับแรมทุกแห่งนั้น จะมีเจ้าหน้าที่ให้การรักษาพยาบาลราษฎร ผู้มาขอรับการรักษา ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่ประการใด นอกจากนั้น หน่วยแพทย์หลวงยังจัดเจ้าหน้าที่ออกเดินทาง ไปรักษาราษฎรผู้ป่วยเจ็บ ตามหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลออกไปอีกด้วย โดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ซึ่งเป็นผู้แนะนำสถานที่และร่วมเดินทางไปด้วย สำหรับราษฎรผู้เจ็บป่วยรายที่มีอาการหนัก หรือจำเป็นที่จะต้องได้รับการตรวจรักษาเพิ่มเติมนั้น ก็จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชบริพารที่ตามเสด็จพระราชดำเนิน ทำการบันทึกรายชื่อ อาชีพ ที่อยู่ และอาการโดยละเอียด โดยตรวจสอบความถูกต้องกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และมีสำเนาให้รับทราบเพื่อติดต่อประสานงานต่อไป ในการพิจารณาส่งผู้ป่วยไปรับการรักษาต่อ ตามความเห็นของแพทย์ผู้ทำการตรวจ เเละยังมี พระราชกรณียกิจอีกมากมายที่ผมไม่ได้กล่าวถึง


edit @ 3 Jul 2011 21:30:23 by T_Tikawut

วันเเม่ :D

posted on 26 Jun 2011 20:17 by tikawutnick

                                                                 

 เเม่ของเเผ่นดิน

 



           ทรงพระราชสมภพ เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ที่บ้านพลเอกเจ้าพระยาวงศานุประพันธ์ (หม่อมราชวงศ์สท้าน สนิทวงศ์) ผู้เป็นบิดาของหม่อมหลวงบัว ณ บ้านเลขที่ 1808 ถนนพระราหก ตำบลวังใหม่ อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร ขณะนั้น เป็นระยะที่ประเทศเพิ่งเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย ก่อนหน้านั้นพระบิดาของพระองค์ทรงดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก มียศเป็นพันเอกหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร

         สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่เป็นลำดับมา ทั้งในฐานะที่ทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชินีของไทยและในฐานะคู่พระราชหฤทัยแห่งพระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัว กล่าวคือ ทรงช่วยแบ่งเบาพระราชภาระทั้งหลายไปได้มาก อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาประเทศอยู่เนือง ๆ เห็นได้ชัดจากพระราชกรณียกิจที่เผยแพร่สู่สายตาประชาชนอยู่ทุกวันนี้

เเม่ของฉัน

          เเม่ของฉันเป็นเเม่ที่คอยดูเเลเอาใจใส่ฉันเสมอเเม่มีลูก 2 คน คือผมกับพี่ชาย เเม่บอกพวกเราเสมอว่าเเม่รักเราสองคนเท่ากันเเละเเม่ยังคอยสั่งสอนอะไรหลายๆอย่างทำให้ผมเป็นเด็กดีมาจนถีงวันนี้ได้เเม่ยอมทำงานหนักเพื่อที่จะทำให้ผมเเละพี่สบาย เเม่ไม่เคยบ่นสักคำว่าเหนื่อยหรือท้อเเท้ต่อสิ่งใดๆ เเละสุดท้ายผมอยากจะบอกเเม่ว่า ผมรักเเม่มากกว่าการบินไทย
ปล. การบินไทยรักคุณเท่าฟ้า

edit @ 26 Jun 2011 20:37:21 by T_Tikawut

edit @ 26 Jun 2011 20:38:19 by T_Tikawut

edit @ 26 Jun 2011 20:38:59 by T_Tikawut

ประวัติผมครับ

posted on 19 Jun 2011 21:41 by tikawutnick
เรื่อง ประวัติส่วนตัว ชื่อ : ด.ช.ฐิกวุฒิ ตันติฤทธิศักดิ์ ชื่อเล่น : นิก(Nick) เบอร์โทรศัพท์ :083-7106936 เกิดวันที่ : 16 มีนาคม 2538 จำนวนพี่น้อง : 1คน พี่ศึกษาอยู่ที่ มหาวิทยาลัย ศิลปากร(นครปฐม) สาขา วิสวะปิโตรเคมีฯ เบอร์โทรศัพท์ : 02-9287565 หรือ 083-7106396 ที่พักอาศัย :310/1354 ปิ่นเจริญ3 สีกัน ดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 E-mail: nick_msnew@hotmail.com จบจากโรงเรียน :พระหฤทัยดอนเมืองตอน ป.6  อาชีพที่อยากเป็นในอนาคต : นักเศรษฐศาสตร์,วิศวกร(ปิโตเคมี) วิศวะการบิน(ของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์) งานอดิเรก : เล่นคอม,อ่านการ์ตูน,ฟังเพลง,เล่นกีฬา ดูหนัง ตีกอล์ฟ ดำน้ำ ดูปาการัง โยนโบว์ เล่นเฟรสบุ๊ค เป็นกุ๊กทำกับข้าว  สิ่งที่ชอบ : ดูหนัง,ชอบดูการ์ตูน,นอนเล่น สเปกสาว : ขาว สวย หมวย ตัวเล็ก อะไรก็ได้แต่ถ้าได้แบบนี้ก็ดี ศึกษาอยู่ : โรงเรียนนวมินทราชินูทิศหอวังนนท์บุรี สายวิชา วิทย์-คณิตศาสตร์เเละเทคโนโลยี ห้อง ม.5/7 เลขที่ 3 อยู่ชั้น 3 ห้องติดริมบันไดด้านขวา มีห้องเลขที่ 1308 หนังที่ชอบดู : เเนวๆหนังตลกๆ ต่อสู้ๆ ทุกอย่างที่มันไม่น่ากลัวดูได้หมด มีอะำไรอยากรู้เพิ่มเเอด MSN มาก็ได้นะ

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ exteen

posted on 12 Jun 2011 13:55 by tikawutnick

เรื่องนี้เป็นเพียงตัวอย่างการใช้งานเท่านั้น คุณสามารถลบเรื่องนี้แล้วเริ่มต้นเขียนบล็อกได้เลย

ขอให้สนุกกับการใช้บล็อก